Transform

Transform
ใช้สำหรับเลือกข้อมูลและประมวลผลตาราง (Collective Field) โดยมีความสามารถหลัก 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 1) กรองข้อมูลตามเงื่อนไข (Filter) 2) เลือกฟิลด์ (Select) 3) สรุปผลรวม (Aggregate)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • สร้างฟิลด์ buy1 สำหรับเก็บผลลัพธ์ (Collective Field) ว่ารายการที่กำลังประมวลผลข้อมูลมีสินค้ารายการใดที่จำนวนสั่งซื้อแค่ 1 รายการ จากตาราง orders (Collective Field)
  • สร้างฟิลด์ expensive_shoes_exists สำหรับเก็บผลลัพธ์ (True/False) ว่ารายการที่กำลังประมวลผลข้อมูลนี้ มีสินค้ารายการใดที่มีราคามากกว่า 1000 ขึ้นไปและอยู่ในหมวดรองเท้า จากตาราง orders (Collective Field)

การทำงานของ Transform Node

การทำงานของ Transform Node ใช้สำหรับการเลือกข้อมูลและประมวลผลฟิลด์ข้อมูลรูปแบบตาราง (Collective Field) โดยประกอบด้วยการทำงาน 3 รูปแบบ ดังนี้

  • กรองข้อมูลตามเงื่อนไข (Filter): ค้นหารายการข้อมูลภายในตารางด้วยเงื่อนไขที่กำหนด
  • เลือกฟิลด์ (Select): เลือกดึงเฉพาะบางฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการใช้งาน
  • สรุปผลรวม (Aggregate): นับจำนวนรายการ (Count) หรือ ตรวจสอบว่ามีข้อมูลตามเงื่อนไขหรือไม่ (Exists)

ผลลัพธ์ของ Transform สร้างเป็นฟิลด์ใหม่ขึ้นมาโดยรูปแบบของข้อมูลขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าของ Transform Node

องค์ประกอบของ Transform Node

เงื่อนไขใน Transform ประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ส่วน

ขั้นตอนการใช้งาน

1. เพิ่ม Transform Node ลงในพื้นที่สำหรับสร้างกฎ

2. ลากเส้นเชื่อมจากโหนดต้นทางมายัง Transform Node

3. ดับเบิลคลิกที่ Transform Node เพื่อเข้าสู่หน้าจอกำหนดรายละเอียด

4. กำหนดรายละเอียดการตั้งค่าภายใน Transform Node

ขั้นตอนการกำหนด

ค่า

ตัวอย่าง
สร้างฟิลด์ expensive_shoes สำหรับเก็บผลลัพธ์ ว่ารายการที่กำลังประมวลผลข้อมูลนี้ มีสินค้ารายการใดที่มีราคามากกว่า 1000 ขึ้นไปและอยู่ในหมวดรองเท้า จากตาราง orders (Collective Field)

4.1 เลือก Select Collective Field ซึ่งแสดงเฉพาะฟิลด์ที่เป็นรูปแบบตาราง (Collective)

4.2 (Optional) กำหนดเงื่อนไขที่ต้องการใน Conditions

4.2.1 เลือกฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการนำมาใช้ในการกำหนดเงื่อนไข โดยระบบจะแสดงเฉพาะฟิลด์ข้อมูลภายในตารางที่เลือกไว้

4.2.2 เลือก Operator (ตัวดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูล) ที่ต้องการใช้ในการกำหนดเงื่อนไข โดยระบบจะแสดงเฉพาะ Operator ที่รองรับประเภทของฟิลด์ข้อมูลที่เลือกไว้

4.2.3 เลือก Operand (ค่าที่ใช้ในการเปรียบเทียบ) โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนดได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

  • Field – ใช้อ้างอิงค่าจากฟิลด์ข้อมูลอื่นเพื่อนำมาใช้ในการเปรียบเทียบ
  • Constant – ใช้กำหนดค่าคงที่เพื่อนำมาใช้ในการเปรียบเทียบ โดยต้องระบุประเภทข้อมูลและค่าให้สอดคล้องกับฟิลด์ข้อมูลที่เลือกไว้

โดยถ้าหากมีการกำหนดเงื่อนไขสามารถดูสรุปเงื่อนไขได้ในช่อง Preview

4.3 เลือก Field ข้างในตารางที่ต้องการนำไปใช้งานต่อ และกำหนดชื่อฟิลด์เก็บผลลัพธ์การทำงานที่ New Output Field Name

4.4 (Optional) เลือก Aggregation ที่ต้องการ โดยตัวเลือกการใช้งานจะแสดงผลตามฟิลด์ที่เลือกในข้อ 4.3 สามารถดูรายละเอียดที่ Aggregation

4.5 ตรวจสอบความถูกต้องของแต่ละส่วน และคลิกปุ่ม OK เพื่อบันทึกและยืนยันการตั้งค่า

5. ลากเส้นเชื่อมออกจาก Transform Node ไปยังโหนดปลายทาง

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน Transform node