If-Else Node

If-Else Node
ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด และกำหนดเส้นทางการไหลของข้อมูลตามผลลัพธ์ ซึ่งแบ่งออกเป็นจริง (True) และเท็จ (False)

ตัวอย่างการใช้งาน

  • แยกธุรกรรมเป็น ผ่าน/ไม่ผ่าน หรือ อนุมัติ/ปฏิเสธ
  • คัดกรองข้อมูลเป็น “ตรงเงื่อนไข” หรือ “ไม่ตรงเงื่อนไข”

การทำงานของ If-Else Node

เมื่อ If-Else Node ได้รับข้อมูลที่ส่งมาจากโหนดต้นทาง จะทำการตรวจสอบเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อพิจารณาเลือกเส้นทางในการส่งต่อข้อมูลไปยังโหนดปลายทาง โดย If-Else Node รองรับการกำหนดเงื่อนไขได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่เงื่อนไขอย่างง่ายไปจนถึงเงื่อนไขที่มีความซับซ้อน

องค์ประกอบของเงื่อนไข

การกำหนดเงื่อนไขแต่ละรายการใน If-Else Node ประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้

  • Field – ฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการนำมาตรวจสอบเงื่อนไข
  • Operator – ตัวดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูล เช่น เท่ากับ มากกว่า หรือน้อยกว่า
  • Operand – ค่าที่ใช้ในการเปรียบเทียบ โดยสามารถเป็นค่าคงที่ (Constant) หรือค่าจากฟิลด์ข้อมูลอื่น (Field) ได้

ตัวอย่าง

อายุมากกว่า 60

age > 60

รูปแบบการชำระเงินเป็น Credit Card และยอดชำระมากกว่า 3000

payment_method == "Credit Card" AND net_amount > 3000

รูปแบบการชำระเงินเป็น Cash และยอดชำระน้อยกว่า 3000 โดยที่สถานะคำสั่งซื้อเป็น E-Wallet และยอดชำระน้อยกว่า 10000

(payment_method == "Cash" AND net_amount < 3000) AND (order_status == "E-Wallet" AND net_amount < 10000)

ขั้นตอนการใช้งาน

1. เพิ่ม If-Else Node ลงในพื้นที่สำหรับสร้างกฎ

2. ลากเส้นเชื่อมจากโหนดต้นทางมายัง If-Else Node

3. ดับเบิลคลิกที่ If-Else Node เพื่อเข้าสู่หน้าจอกำหนดเงื่อนไข จากนั้นเลือกประเภทข้อมูลที่ต้องการนำมากำหนดเงื่อนไข ดังนี้

  • กรณีเป็น Primitive Field ให้คลิกปุ่ม Primitive Field
  • กรณีเป็น Collective Field ให้คลิกปุ่ม Collective Field

4. กำหนดเงื่อนไขสำหรับตรวจสอบข้อมูลภายใน If-Else Node ซึ่งมี 3 รูปแบบ ได้แก่ เงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition) เงื่อนไขแบบผสม (Compound Condition) และเงื่อนไขแบบจัดกลุ่ม (Grouped Condition)

5. ลากเส้นเชื่อมจาก If-Else Node ไปยังโหนดที่ต้องการให้ทำงาน จากนั้นกำหนดเงื่อนไขของเส้นเชื่อมเป็น True หรือ False เพื่อให้โหนดดังกล่าวทำงานเมื่อผลการประเมินเงื่อนไขเป็นจริงหรือเป็นเท็จตามลำดับ

การกำหนดเงื่อนไขในรูปแบบต่าง ๆ

การกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition)

เงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition) คือ เงื่อนไขที่ประกอบด้วยการเปรียบเทียบข้อมูลเพียงหนึ่งเงื่อนไข โดยไม่มีการเชื่อมโยงกับเงื่อนไขอื่น

ตัวอย่าง

net_amount > 3000

ขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย

1. เลือกฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการนำมาใช้ในการกำหนดเงื่อนไข โดยระบบจะแสดงเฉพาะฟิลด์ข้อมูลที่มีประเภทตรงกับประเภทข้อมูลที่เลือกไว้ (Primitive หรือ Collective)

2. เลือก Operator (ตัวดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูล) ที่ต้องการใช้ในการกำหนดเงื่อนไข โดยระบบจะแสดงเฉพาะ Operator ที่รองรับประเภทของฟิลด์ข้อมูลที่เลือกไว้

3. เลือก Operand (ค่าที่ใช้ในการเปรียบเทียบ) โดยผู้ใช้งานสามารถกำหนดได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

  • Field – ใช้อ้างอิงค่าจากฟิลด์ข้อมูลอื่นเพื่อนำมาใช้ในการเปรียบเทียบ
  • Constant – ใช้กำหนดค่าคงที่เพื่อนำมาใช้ในการเปรียบเทียบ โดยต้องระบุประเภทข้อมูลและค่าให้สอดคล้องกับฟิลด์ข้อมูลที่เลือกไว้

4. ตรวจสอบความถูกต้องของเงื่อนไข จากนั้นคลิกปุ่ม OK เพื่อบันทึกและยืนยันการกำหนดเงื่อนไข

Step 6: ทดสอบการทำงานของกฎด้วยฟังก์ชัน Testing Visual Graph Test Icon

การกำหนดเงื่อนไขแบบผสม

(

Compound Condition)

เงื่อนไขแบบผสม (Compound Condition) คือ เงื่อนไขที่ประกอบด้วยเงื่อนไขย่อยตั้งแต่สองเงื่อนไขขึ้นไป โดยเชื่อมโยงกันด้วยตัวดำเนินการเชิงตรรกะ เช่น AND, OR หรือ NOT เพื่อใช้ในการประเมินเงื่อนไขที่ซับซ้อน

ตัวอย่าง

payment_method == "Credit Card" AND net_amount > 3000

ขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขแบบผสม

  1. กำหนดเงื่อนไขแรกตามขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition) ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 ถึง 3

2. กดปุ่ม + เพื่อเพิ่มเงื่อนไขใหม่

3. เลือกตัวเชื่อมเงื่อนไข ได้แก่ AND หรือ OR เพื่อกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไข

4. ตรวจสอบความถูกต้องของเงื่อนไขทั้งหมด จากนั้นคลิกปุ่ม OK เพื่อบันทึกและยืนยันการกำหนดเงื่อนไข

Step 5: ทดสอบการทำงานของกฎตามขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขแบบ Simple (Step 6)

การกำหนดเงื่อนไขแบบจัดกลุ่ม (Grouped

Condition

)

เงื่อนไขแบบจัดกลุ่ม (Grouped Condition) คือ เงื่อนไขที่มีการจัดกลุ่มเงื่อนไขย่อยด้วยวงเล็บ เพื่อควบคุมลำดับการประเมินผลของเงื่อนไข

ตัวอย่าง

net_amount >= 10000 OR 
(payment_method == "Cash" AND net_amount >= 2000) 
OR 
(payment_method == "Credit Card" AND net_amount >= 5000)

ขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขแบบจัดกลุ่ม (รูปแบบที่ 1)

1. กำหนดเงื่อนไข net_amount >= 10000 ตามขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition) ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 ถึง 3

2. คลิกปุ่ม เพื่อเพิ่มกลุ่มเงื่อนไขย่อย

3. เพิ่มเงื่อนไขย่อย payment_method == “Cash” แล้วคลิกปุ่ม + ที่อยู่ด้านขวา เพื่อเพิ่มเงื่อนไขย่อย net_amount >= 2000

4. คลิกปุ่ม เพื่อเพิ่มกลุ่มเงื่อนไขย่อยอีกหนึ่งกลุ่ม จากนั้นกำหนดเงื่อนไขย่อย payment_method == “Credit Card” และ net_amount >= 5000 ตามขั้นตอนที่ 3

5. กำหนดตัวเชื่อมเงื่อนไข (AND หรือ OR) โดยกำหนดตัวเชื่อมระหว่างกลุ่มเงื่อนไขย่อยเป็น OR และกำหนดตัวเชื่อมภายในแต่ละกลุ่มเงื่อนไขย่อยเป็น AND

6. ตรวจสอบความถูกต้องของเงื่อนไขทั้งหมด โดยสามารถดูตัวอย่างเงื่อนไขที่สร้างขึ้นจากการตั้งค่าได้ที่ช่อง Preview จากนั้นคลิกปุ่ม OK เพื่อบันทึกและยืนยันการกำหนดเงื่อนไข

Step 7: ทดสอบการทำงานของกฎตามขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขแบบ การกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition)

ขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขแบบจัดกลุ่ม (รูปแบบที่ 2)

1. กำหนดเงื่อนไข net_amount >= 10000 ตามขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition) ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1 ถึง 3

2. คลิกปุ่ม เพื่อเพิ่มกลุ่มเงื่อนไขย่อย

3. เพิ่มเงื่อนไข payment_method == “Cash” แล้วคลิกปุ่ม + ที่อยู่ด้านขวา เพื่อเพิ่มเงื่อนไข net_amount >= 2000

4. คลิกปุ่ม + New Group เพื่อเพิ่มกลุ่มเงื่อนไขอีกหนึ่งกลุ่ม จากนั้นเพิ่มเงื่อนไข payment_method == “Credit Card” และเงื่อนไข net_amount >= 5000 ตามขั้นตอนที่ 3

5. กำหนดตัวเชื่อมเงื่อนไข (AND หรือ OR) โดยกำหนดตัวเชื่อมระหว่างกลุ่มเงื่อนไขย่อยเป็น OR และกำหนดตัวเชื่อมภายในแต่ละกลุ่มเงื่อนไขย่อยเป็น AND

6. ตรวจสอบความถูกต้องของเงื่อนไขทั้งหมด (สามารถดูตัวอย่างการประมวลผลเงื่อนไขได้ที่ที่ช่อง Preview) จากนั้นคลิกปุ่ม OK เพื่อบันทึกและยืนยันการกำหนดเงื่อนไข .. ไม่เห็นพูดถึง PREVIEW

Step 7: ทดสอบการทำงานของกฎตามขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขแบบ การกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition)

การกำหนดเงื่อนไขแบบซ้อน (Nested

Condition

)

การกำหนดเงื่อนไขแบบซ้อน (Nested Condition) คือ การกำหนดเงื่อนไขที่มีการจัดกลุ่มเงื่อนไขหลายระดับ โดยมีกลุ่มเงื่อนไขหนึ่งอยู่ภายในอีกกลุ่มเงื่อนไขหนึ่ง เพื่อกำหนดตรรกะการประเมินผลที่ซับซ้อนมากขึ้น

ตัวอย่าง A and (B or (C and D))

order_date > 01/06/2026 AND 
(
    order_status == "delivered" OR 
    (payment_method == "Cash" AND net_amount > 3000)
) 

Step 1: กำหนดเงื่อนไขแรกตามขั้นตอน การกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition) (Step 1 – 5)

Step 2: เลือกตัวเชื่อมเงื่อนไข AND

Step 3: กด Test Icon เพื่อสร้างกลุ่มเงื่อนไข

Step 4: กำหนดเงื่อนไขสองตามขั้นตอน การกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition) (Step 1 – 5)

Step 5: กด เพื่อสร้างกลุ่มเงื่อนไข และกำหนดตัวเชื่อมเงื่อนไขของ เงื่อนไขที่สองเป็น OR

Step 6: เพิ่มเงื่อนไขที่สาม และเงื่อนไขที่สี่

Step 7: ตรวจสอบความถูกต้องของเงื่อนไขทั้งหมด และกดบันทึกเพื่อยืนยันการตั้งค่า

Step 8: ทดสอบการทำงานของกฎตามขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขอย่างง่าย (Simple Condition) (Step 6)

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน If-Else node