Category: Uncategorized
-
การทดสอบกฎ
Testing Visual Graph เป็นฟังก์ชันสำหรับทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องของกฎการตรวจสอบข้อมูล โดยแสดงผลลัพธ์การทำงานของแต่ละ Node และเส้นทางการไหลของข้อมูลภายใน Rule Graph ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจการทำงานของกฎ และวิเคราะห์การทำงานของกฎได้อย่างถูกต้องก่อนใช้งานจริง คุณสมบัติของ Testing Visual Graph วิธีการใช้งาน Step 1: กด เพื่อเปิดใช้งาน Testing Visual Graph Step 2: เลือกเรคคอร์ดข้อมูลที่ต้องการใช้ทดสอบกฎ Step 3: กด เพื่อทดสอบกฎ Step 4: ดูผลการทดสอบกฎ ระบบจะแสดงข้อมูลผลการทดสอบกฎในรูปแบบตารางซึ่งประกอบด้วย column คำอธิบาย Flag name Result status Tag Value Display message Step 5: click ที่ node ที่ต้องการดูรายละเอียดผลลัพธ์การทำงาน รายละเอียดของข้อมูลประกอบด้วย #TODO
-
If-Else-4
If-Else Node ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด และแยกการทำงานตามผลลัพธ์ โดยหากผลลัพธ์เป็นจริง (True) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังขั้นตอนการทำงานหนึ่ง แต่หากผลลัพธ์เป็นเท็จ (False) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังอีกขั้นตอนการทำงานหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน รูปแบบการกำหนดเงื่อนไข If-Else Node รองรับการกำหนดเงื่อนไขเพื่อใช้ในการตัดสินใจแยกการทำงานของ Rule Graph โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ตั้งแต่รูปแบบพื้นฐานไปจนถึงเงื่อนไขที่ซับซ้อน องค์ประกอบของเงื่อนไข เงื่อนไขใน If-Else Node ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ดังนี้ ตัวอย่าง ขั้นตอนการใช้งาน ชนิดการกำหนดเงื่อนไข ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งาน If-Else node
-
If-Else Node (3)
If-Else Node ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด และแยกการทำงานตามผลลัพธ์ โดยหากผลลัพธ์เป็นจริง (True) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังขั้นตอนการทำงานหนึ่ง แต่หากผลลัพธ์เป็นเท็จ (False) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังอีกขั้นตอนการทำงานหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน รูปแบบการกำหนดเงื่อนไข If-Else Node รองรับการกำหนดเงื่อนไขเพื่อใช้ในการตัดสินใจแยกการทำงานของ Rule Graph โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ตั้งแต่รูปแบบพื้นฐานไปจนถึงเงื่อนไขที่ซับซ้อน องค์ประกอบของเงื่อนไข เงื่อนไขใน If-Else Node ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ดังนี้ ตัวอย่าง: age > 60 status = “Approved” score >= minimum_score เงื่อนไขแบบ Simple เป็นเงื่อนไขแบบเดี่ยวที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลเพียงหนึ่งเงื่อนไข ตัวอย่าง: age > 60 amount >= 1000 status = “Approved” เงื่อนไขแบบ Compound เป็นการเชื่อมหลายเงื่อนไขเข้าด้วยกันโดยใช้ AND หรือ OR ตัวอย่าง: age…
-
If-Else Node (2)
If-Else Node ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด และแยกการทำงานตามผลลัพธ์ โดยหากผลลัพธ์เป็นจริง (True) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังขั้นตอนการทำงานหนึ่ง แต่หากผลลัพธ์เป็นเท็จ (False) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังอีกขั้นตอนการทำงานหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน ขั้นตอนการใช้งาน ขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไข Step 1: ดับเบิลคลิกที่ If-Else Node เพื่อเข้าสู่หน้ากำหนดเงื่อนไข โดยระบบจะแสดง Dialog สำหรับตั้งค่าเงื่อนไขการตรวจสอบข้อมูล Step 2: เลือกประเภทของข้อมูลที่ต้องการกำหนดเงื่อนไข ข้อมูล Primitive และ Collective จะมีวิธีการกำหนดเงื่อนไขและผลลลัพธ์ที่แตกต่างกันดังนี้ Step 3: เลือกฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการนำมาใช้ในการกำหนดเงื่อนไข โดยระบบจะแสดงรายการฟิลด์ข้อมูลที่สามารถเลือกใช้งานได้ Step 4: เลือก Operator (ตัวดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูล) สำหรับใช้ในการเปรียบเทียบข้อมูล โดยระบบจะแสดง Operator ที่สอดคล้องกับประเภทของฟิลด์ข้อมูลที่เลือกไว้ Step 5: เลือก Operand (ค่าที่ใช้ในการเปรียบเทียบข้อมูล) โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ 2 รูปแบบ ดังนี้ รูปแบบการกำหนดเงื่อนไข If-Else node…
-
If-Else Node (1)
If-Else Node ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนด และแยกการทำงานตามผลลัพธ์ โดยหากผลลัพธ์เป็นจริง (True) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังขั้นตอนการทำงานหนึ่ง แต่หากผลลัพธ์เป็นเท็จ (False) ข้อมูลจะถูกส่งไปยังอีกขั้นตอนการทำงานหนึ่ง ตัวอย่างการใช้งาน (ตัวอย่าง วิดีโอ + เสียงพูด) (ตัวอย่าง วีดีโอ ไม่มีเสียง) (ตัวอย่าง .gif file) ขั้นตอนการใช้งาน ขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไข Step 1: ดับเบิลคลิกที่ If-Else Node เพื่อเข้าสู่หน้ากำหนดเงื่อนไข โดยระบบจะแสดง Dialog สำหรับตั้งค่าเงื่อนไขการตรวจสอบข้อมูล Step 2: เลือกประเภทของข้อมูลที่ต้องการกำหนดเงื่อนไข ข้อมูล Primitive และ Collective จะมีวิธีการกำหนดเงื่อนไขและผลลลัพธ์ที่แตกต่างกันดังนี้ Step 3: เลือกฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการนำมาใช้ในการกำหนดเงื่อนไข โดยระบบจะแสดงรายการฟิลด์ข้อมูลที่สามารถเลือกใช้งานได้ ระบบจะแสดงฟิลด์ข้อมูลให้เลือกตามประเภทข้อมูลที่ผู้ใช้งานกำหนด Step 4: เลือก Operator (ตัวดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูล) สำหรับใช้ในการเปรียบเทียบข้อมูล โดยระบบจะแสดง Operator ที่สอดคล้องกับประเภทของฟิลด์ข้อมูลที่เลือกไว้ Step…
