
Switch Node
ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไขที่แบ่งออกเป็นหลายกรณี (Case) และกำหนดเส้นทางการไหลของข้อมูลไปยังกรณี (Case) แรกที่ตรงกับเงื่อนไขที่มีเงื่อนไขตรงกับข้อมูลที่ได้รับ
ตัวอย่างการใช้งาน
- แยกประเภทธุรกรรมตามช่องทางการชำระเงิน ด้วยการแยกออกเป็น 3 เส้นทาง ได้แก่
- Credit Card
- Bank Transfer
- E-Wallet
- กำหนดเกณฑ์การพิจารณาสิทธิพิเศษตามอายุ
- มากกว่า 60 ปี
- มากกว่า 50 ปี
- มากกว่า 30 ปี
- คัดแยกโปรโมชั่นตามยอดซื้อสินค้า
- มากกว่า 10,000 บาท
- มากกว่า 5,000 บาท
- ไม่ตรงตามเกณฑ์ (Default)
การทำงานของ Switch Node
เมื่อ Switch Node ได้รับข้อมูลที่ส่งมาจากโหนดต้นทาง จะทำการตรวจสอบข้อมูลตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแต่ละกรณี (Case) และเลือกเส้นทางในการส่งต่อข้อมูลไปยังโหนดปลายทางตามกรณีแรกที่ตรงกับเงื่อนไข โดย Switch Node รองรับการกำหนดกรณี (Case) ได้ตั้งแต่ 1 กรณีขึ้นไป รวมถึงกรณี Default สำหรับกรณีที่ข้อมูลไม่ตรงกับทุกเงื่อนไขที่กำหนด
องค์ประกอบของ Switch Node
Switch Node ประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้
- Field – ฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการนำมาตรวจสอบ
- Case – กรณีที่ใช้สำหรับตรวจสอบข้อมูล โดยแต่ละกรณีประกอบด้วย
- Operator – ตัวดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูล เช่น เท่ากับ มากกว่า หรือน้อยกว่า
- Operand – ค่าที่ใช้ในการเปรียบเทียบ โดยสามารถเป็นค่าคงที่ (Constant) หรือค่าจากฟิลด์ข้อมูลอื่น (Field) ได้
ตัวอย่าง
switch(payment_method)
case: "Credit Card"
case: "Bank Transfer"
case: "E-Wallet"
switch(age)
case: > 60
case: > 50
case: > 30
ขั้นตอนการใช้งาน
- เพิ่ม Switch Node ลงในพื้นที่สำหรับสร้างกฎ

- ลากเส้นเชื่อมจากโหนดต้นทางมายัง Switch Node

- ดับเบิลคลิกที่ Switch Node เพื่อเข้าสู่หน้าจอกำหนดเงื่อนไขตามกรณี (Case)

- กำหนดเงื่อนไขตามกรณี (Case) ที่ต้องการใช้ในการตรวจสอบข้อมูลภายใน Switch Node โดยสามารถกำหนดได้ตั้งแต่ 1 กรณีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม หากมีเพียง 1 กรณี แนะนำให้ใช้ If-Else Node แทน
การกำหนดกรณี
(Case)
กรณี
(Case)กรณี
ตัวอย่าง
switch(net_amount)
case: > 20000 เชื่อมต่อเส้นทางไปยัง Node Flag 1
case: > 10000 เชื่อมต่อเส้นทางไปยัง Node Flag 2
case: > 5000 เชื่อมต่อเส้นทางไปยัง Node Flag 3
case: default เชื่อมต่อเส้นทางไปยัง Node Flag 4 (Optional)
ขั้นตอนการกำหนดกรณี
4.1 เลือกฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการตรวจสอบ โดยระบบจะแสดงรายการฟิลด์ข้อมูลประเภท Primitive เพื่อให้เลือกใช้งาน

4.2 เลือก Operator (ตัวดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูล) ที่ต้องการใช้ในการกำหนดเงื่อนไขตามกรณี โดยระบบจะแสดง Operator ที่รองรับประเภทของฟิลด์ข้อมูลที่เลือกไว้
4.3 เลือก Operand (ค่าที่ใช้ในการเปรียบเทียบ) โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ 2 รูปแบบ ดังนี้
- Field – ใช้อ้างอิงค่าจากฟิลด์ข้อมูลอื่นเพื่อนำมาใช้ในการเปรียบเทียบ
- Constant – ใช้กำหนดค่าคงที่เพื่อนำมาใช้ในการเปรียบเทียบ โดยต้องระบุประเภทข้อมูลและค่าให้สอดคล้องกับฟิลด์ข้อมูลที่เลือกไว้

4.4 คลิกปุ่ม + Add case เพื่อเพิ่มเงื่อนไขตามกรณีใหม่ (Case)

4.5 เลือก Operator (ตัวดำเนินการเปรียบเทียบข้อมูล) และ Operand (ค่าที่ใช้ในการเปรียบเทียบ) ตามขั้นตอนที่ 4.2 ถึง 4.3

4.6 ทำซ้ำขั้นตอนที่ 4.4 และ 4.5 เพื่อกำหนดเงื่อนไขตามกรณี (Case) จนกว่าจะครบทุกกรณีที่ต้องการ

4.7 ตรวจสอบความถูกต้องของเงื่อนไขตามกรณี และคลิกปุ่ม OK เพื่อบันทึกและยืนยันการตั้งค่า
5. เรียงลำดับเงื่อนไขตามกรณี (Case) ให้เหมาะสม เนื่องจากระบบจะประเมินเงื่อนไขตามลำดับที่กำหนด และเลือกกรณีแรกที่ตรงตามเงื่อนไข
การเรียงลำดับกรณี
การเรียงลำดับกรณี
ตัวอย่าง
ต้องการแก้ไขให้ เงื่อนไข net_amount > 10000 เลื่อนมาเป็นลำดับที่สอง
switch(net_amount)
case: > 20000
case: > 5000
case: > 10000
switch(net_amount)
case: > 20000
case: > 10000
case: > 5000
5.1 ลากไอคอน
ที่อยู่ด้านหลังของเงื่อนไขตามกรณี (Case) ที่ต้องการย้าย ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ เพื่อย้ายเงื่อนไขตามกรณีไปยังตำแหน่งนั้น
5.2 ตรวจสอบความถูกต้องของเงื่อนไขทั้งหมด และกดบันทึกเพื่อยืนยันการตั้งค่า

6. ลากเส้นเชื่อมจาก Switch Node ไปยังโหนดปลายทางที่ต้องการ จากนั้นกำหนดเงื่อนไขของเส้นเชื่อมให้ตรงกับกรณี (Case) ที่ต้องการ รวมถึง Default สำหรับกรณีที่ไม่ตรงกับทุกเงื่อนไข
การกำหนดเงื่อนไขบนเส้นเชื่อม
ตัวอย่าง
switch(net_amount)
case: > 20000 เชื่อมต่อเส้นทางไปยัง Node Flag 1
case: > 10000 เชื่อมต่อเส้นทางไปยัง Node Flag 2
case: > 5000 เชื่อมต่อเส้นทางไปยัง Node Flag 3
case: default เชื่อมต่อเส้นทางไปยัง Node Flag 4 (Optional)
6.1 ลากเส้นเชื่อมจาก Swtch Node ไปยังโหนดปลายทาง
6.2 คลิกปุ่ม Select a case เพื่อเลือกเงื่อนไขตามกรณี (Case) ให้กับเส้นเชื่อม โดยระบบจะแสดงเงื่อนไขตามกรณีทั้งหมดที่กำหนดไว้ใน Switch Node
6.3 เลือกเงื่อนไขตามกรณี (Case) ที่ต้องการ
6.4 กำหนดเงื่อนไขตามกรณี DEFAULT (Default Case) (Optional)

6.5 ตรวจสอบความถูกต้องของเงื่อนไขตามกรณีที่เลือกให้กับเส้นเชื่อม

